8 เรื่องต้องศึกษาก่อนเริ่มทำธุรกิจ

         & […]

               ตอนนี้หลาย ๆ คนก็หันมาสนใจที่จะทำธุรกิจของตัวเอง อาจจะเพราะเห็นคนอื่นทำแล้วรวยก็เลยอยากทำตามบ้างและเห็นคนอื่นสบาย แต่คุณเชื่อว่าเขาสบายจริง ๆ เหรอ ตอนที่พวกเขาเหน็ดเหนื่อย พวกคุณอาจจะไม่ได้เห็นในส่วนนี้ว่าพวกเขาต้องทำอะไรบ้าง ทำให้บางทีคุณคิดไปเองว่าการทำธุรกิจนั้นเป็นของง่าย ทาง mongturagit.com จะพาไป 8 เรื่องต้องศึกษาก่อนเริ่มทำธุรกิจ ว่าต้องทำอะไรก่อนบ้าง

1.ถามตัวเองก่อนว่ามี “ความใคร่” (Passion) ในธุรกิจด้านอะไร

การที่เราจะลงมือทำธุรกิจ ไม่ใช่ว่านึกอยากจะทำก็ทำ หรือเห็นคนอื่นทำแล้วรวยก็เลยอยากทำตาม จงถามตัวเองให้ชัดว่ามี “ความไคร่” ในเรื่องการอยากเป็นเจ้าของกิจการ การทำธุรกิจนั้นไม่ได้สบายอย่างที่คิด ถ้าไม่ได้อยากเป็นเจ้าของธุรกิจจากใจจริงก็อย่าเสียเวลาทำ เพราะคุณจะสู้คนมีแพชชั่นเยอะ ๆ ไม่ได้ในระยะยาวคุณแพ้แน่ ๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องความรู้สึกที่วัดไม่ได้ แต่ถ้าคุณเอาเงินเป็นตัวตั้ง เช่น ทั้งชีวิตนี้คุณจะเป็นเถ้าแก่ร้อยล้านให้ได้ อย่างนี้ถือว่าดี เพราะวัดผลได้ด้วยตัวเงิน ความไคร่จะเป็นพลังเชิงบวกให้คุณไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ไม่ว่าคุณจะเหน็ดเหนื่อยซักแค่ไหน คุณก็จะไม่ยอมแพ้และลงมือทำจนสำเร็จ การเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ ต้องสู้งาน อดทน มีทัศนคติที่เป็นบวกอยู่ตลอดเวลา

2.สำรวจและลงมือเขียนเกี่ยวกับตัวเองว่ามีความถนัดด้านอะไรบ้าง

สำรวจตัวเองว่ามีความถนัด ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษบ้าง สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณ “ได้เปรียบ” ในการแข่งขันทางธุรกิจอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณเริ่มต้นธุรกิจด้วยความเชี่ยวชาญได้ง่ายขึ้น บางคนอาจจะไม่ถนัดอะไรเลยซักอย่างก็ต้องพยายามค้นหาอะไรใหม่ ๆ เพื่อดูว่าตัวเองสนใจในเรื่องไหน

8 เรื่องต้องศึกษาก่อนเริ่มทำธุรกิจ

3.ตัดสินใจว่าจะทำธุรกิจแบบ “B2B” หรือ “B2C”

B2B (Business-to-Business) เป็นธุรกิจที่กลุ่มลูกค้าคือตัวบริษัท องค์กร เป็นหลัก ซึ่งมุ่งเน้นการขายสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์อีกธุรกิจหนึ่ง ทำให้อีกธุรกิจได้ประโยชน์ที่ดีขึ้น เช่น ได้กำไรเพิ่มขึ้น ต้นทุนลดลง ประหยัดเวลาทำงานมากขึ้น เป็นต้น ตัวอย่างธุรกิจ B2B เช่น ธุรกิจเอเจนซี่โฆษณา ธุรกิจติดแอร์บริษัท ธุรกิจระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ธุรกิจขายเครื่องจักรเข้าโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งธุรกิจกลุ่มนี้มีข้อดีคือไม่ต้องทำการตลาด ลงทุนด้านโฆษณาอะไรมากมาย สินค้าที่ขายเน้นการตอบโจทย์ผู้ซื้อ สินค้าบางอย่างมีมูลค่ามหาศาลซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถซื้อได้และไม่จำเป็น แต่ข้อเสียคือต้องเน้น “นักขาย” เป็นหลัก มีกระบวนการซื้อที่ใช้ระยะเวลา ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับมูลค่าของสินค้า บางทีลูกค้าขอผ่อนผันการชำระเงินขั้นต่ำ 1 เดือน ทำให้คุณอาจจะขาดกระแสเงินสดได้ อีกทั้งยังมีจำนวนลูกค้าที่มีอยู่จำกัด ขึ้นอยู่กับขนาดของตลาดว่าสินค้าคุณขายได้มากแค่ไหน

B2C (Business-to-Customer) เป็นธุรกิจที่กลุ่มลูกค้าคือคนทั่วไป เน้นการขายแบบแมส (Mass Market) ซึ่งสินค้าและบริการจะขายให้กับรายบุคคล ก็คือกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซื้อกินซื้อใช้ อาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจขายรถ ขายบ้าน ขายที่ดิน ฯลฯ กลุ่มนี้ถือว่าเป็น B2C ทั้งหมด ต้องพึ่งพา “การตลาด” โดยเฉพาะการโฆษณาอย่างมหาศาลเพื่อให้คนเป็นที่รู้จักและสนใจ การตลาดจะเป็นเรื่องที่จำเป็นที่สุดเหนือการขายในหลายๆ กรณี ข้อดีคือถ้าคุณทำตลาดได้ดี สินค้ามีราคาน่าสนใจ คุณมีสิทธิ์รวยมากเพราะลูกค้าที่มาซื้อนั้นมีจำนวนมาก แต่คุณจะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่มากมายเช่นกัน คุณต้องเชี่ยวชาญกลยุทธทางการตลาด การตั้งราคา ลด แลก แจก แถม ต่างๆ เพื่อให้คุณนำหน้าเหนือคู่แข่งให้ได้

4.ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะทำธุรกิจไปเพื่ออะไร

เป้าหมายในการทำธุรกิจต้องมีตัวเลข โดยเฉพาะยอดขายหรือขนาดของธุรกิจให้ชัดเจน คุณมีสิทธิ์ฝันว่าเป็นเศรษฐีร้อยล้าน พันล้านได้ สิ่งเหล่านี้คือเป้าหมายที่คุณต้องลงมือทำ ต่อให้ยังไปไม่ถึง แต่เชื่อว่าคุณจะได้อะไรจากการลงมือทำธุรกิจไปได้มากเลยทีเดียว แรงกระตุ้นที่ดีสำหรับการทำธุรกิจก็คือ “การส่งมอบธุรกิจ” ให้กับคนที่คุณรัก ถ้าคุณทำสำเร็จ คุณสามารถมอบให้ลูกชายคุณขึ้นเป็นประธานบริษัทแทนคุณได้ หรือเขียนเป็นจำนวนสัดส่วนหุ้นเพื่อแบ่งปันให้คนรักได้ผลประโยชน์ร่วมกับคุณด้วย จงกำหนดเป้าหมายในเรื่องนี้ด้วย เพราะครอบครัวและคนที่คุณรักก็เป็นส่วนที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจได้

5.เขียนแผนธุรกิจ

เมื่อคุณมีความตั้งใจแน่วแน่ มีเป้าหมาย เลือกประเภทของธุรกิจ ค้นหาสินค้าและบริการที่ต้องการเริ่มต้นทำธุรกิจได้แล้ว โดยเน้นถึงยอดขาย กำไร จำนวนลูกค้า ต้นทุนการผลิต ต้นทุนการตลาด เป็นหลัก คุณจะต้องหาลูกค้ามากถึง 3,300 ราย ถึงจะได้ลูกค้าประมาณ 1,000 ราย คุณคงเหนื่อยเกินไป มีสองทางเลือกคือ 1.เพิ่มคุณภาพการปิดการขายให้ดีขึ้น กับ 2.จ้างเซลล์เพิ่มขึ้น ทุกอย่างมันเป็นไปได้ถ้าคุณเขียนตัวเลขกำกับ โดยทุกข้อมีตัวเลขกำกับและวัดผล สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณมองเห็นความเป็นไปได้มากขึ้น

8 เรื่องต้องศึกษาก่อนเริ่มทำธุรกิจ

6. ประเมินความเสี่ยงทางธุรกิจให้รอบคอบ

ความเสี่ยงทางธุรกิจ เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนไม่ค่อยทำกัน คิดว่าง่าย มีเงินก็ทำได้ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เพราะความเสี่ยงที่คุณไม่ระวังและประมาทอาจทำให้คุณเจ๊งทันที จงเขียนออกมาว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ทำให้คุณเสียเปรียบได้ ตัวอย่างเช่น

คู่แข่ง สภาพอากาศ ธุรกิจของลูกค้า การเมือง สงคราม กฎหมาย หุ้นส่วนของคุณ คนในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ ลูก เมีย สุขภาพของคุณและทีมงาน ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ ภัยพิบัติต่าง ๆ เป็นต้น

ความเสี่ยงบางอย่าง เช่น สภาพอากาศแบบน้ำท่วมนาน ๆ อาจทำให้ธุรกิจของคุณเจ๊งได้เลย จงคิดเสมอว่าถ้าเจอเหตุการณ์แย่ ๆ เข้ามา คุณจะวางแผนรับมือมันได้ด้วยการออมเงินสำรองทางธุรกิจ ทำธุรกิจเสริมหลาย ๆ ทาง ทำประกันวินาศภัย ใช้บริการที่ปรึกษาทางการเงินและธุรกิจ

7.ควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

คุณต้องมีการวางแผนการเงินที่ดี หากคุณไม่มีการวางแผนที่แน่ชัดจะทำให้คุณอาจใช้เงินไปกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องและไม่ทำเงินให้คุณ อย่างเช่น การใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย การทำโฆษณาผิดกลุ่ม การจ้างพนักงานเข้ามามากเกินไป การลงทุนเกินตัว แต่ไม่ได้มีความสามารถในการหาเงินเพิ่มได้ หรือแม้แต่ต้นทุนด้านเวลา เช่น ใช้เวลามากเกินไป หมดเวลาไปกับเรื่องที่ไม่ก่อให้ได้เงิน คุณมีเวลาทำงานวันละ 8 ชั่วโมง จงใช้มันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การโหมงานหนักมากไปก็ไม่ดี สุขภาพคุณอาจจะแย่ในภายหลังได้ หรือให้เวลากับธุรกิจน้อยไปก็ไม่ดี เพราะคุณจะตามไม่ทันคู่แข่ง ขาดกำลังสำคัญในการทำธุรกิจ

8. โฟกัสด้านการขายเป็นหลัก

การขายและยอดขายคือเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจคุณ แต่ไม่มีทักษะการขาย ไม่ชอบงานขาย คุณจะโตได้ยากมาก หรือเต็มที่ก็คือประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ไม่มีทางรวยระดับร้อยล้าน พันล้าน แน่นอน จงโฟกัสเรื่องนี้และเรียนรู้ ศึกษา พัฒนาตัวเอง ในเรื่องทักษะการขายอยู่ตลอดเวลา ทักษะนี้จะติดตัวคุณไปตลอดชีวิต ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม ต่อให้ไม่ชอบหรือไม่มีความรู้เรื่องสินค้าเลย คุณก็สามารถขายได้อยู่ดี

ใครที่กำลังคิดจะทำธุรกิจ อย่าลืมศึกษาเรื่องทั้ง 8 ที่เราแนะนำก่อนเสมอ เพราะทั้ง 8 ข้อล้วนเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะพาให้ธุรกิจเราไปได้ดีในอนาคต

แนะนำบทความ น่าสนใจ

วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูโทรศัพท์ว่ารุ่นไหนจะคุ้มค่า และสเปคตรงตามความต้องการของเรา ใครที่กำลังหาโทรศัพท์ที่กล้องสวย และสเปคเครื่องดี ๆ ไว้ใช้งาน ทำคอนเท้นต์ออนไลน์ หรือคอนเท้นต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะถ่ายภาพนิ่ง บันทึกวิดีโอ ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ไม่รู้จะเลือกรุ่นไหน เทียบกล้อง 4 ค่ายโทรศัพท์กล้องรุ่นไหนปัง ไว้ช่วยในการตัดสินใจ

4 เทียบกล้อง 4 ค่ายโทรศัพท์กล้องรุ่นไหนปัง
เทียบกล้อง 4 ค่ายโทรศัพท์กล้องรุ่นไหนปัง