คำแนะนำจากนักธุรกิจ 7 ข้อ

                วันนี้ทาง mongturagit.com ได้นำบทความขอ […]

คำแนะนำจากนักธุรกิจ 7 ข้อ

                วันนี้ทาง mongturagit.com ได้นำบทความของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มาให้คนที่สนใจได้ศึกษา ว่าเขาได้ให้คำแนะนำต่าง ๆ เกี่ยวกับการเริ่มทำธุรกิจไว้อย่างไรบ้าง ไปดูว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจจะต้องเตรียมตัวอย่างไร กับ คำแนะนำจากนักธุรกิจ 7 ข้อ

คำแนะนำจากนักธุรกิจ 7 ข้อ

1. การก่อตั้งบริษัท

เมื่อเรารู้แล้ว ว่าธุรกิจที่อยากทำคืออะไร ก็ต้องจัดตั้งบริษัท และรูปแบบการจัดตั้งธุรกิจเป็นหัวข้อสำคัญ เพราะมันคือการวางรูปแบบการบริหาร การเสียภาษี การระดมทุน ร่วมถึงระดับความซับซ้อนยุ่งยากในการจัดตั้งบริษัท ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ           

  • ธุรกิจเจ้าของคนเดียว (Sole Proprietorship)
  • ห้างหุ้นส่วน (Partnership)
  • บริษัทจำกัด (Limited Corporation)

บริษัทของเขาเป็นแบบที่ 3 บริษัทจำกัด ซึ่งต้องมีผู้ร่วมลงทุน 3 คน ความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นจำกัด เท่ากับจำนวนหุ้นที่ถือมีสภาพเป็นนิติบุคคล มีความน่าเชื่อถือ ระดมทุนได้ แต่ต้องมีขั้นตอนการจัดตั้งยุ่งยาก ในส่วนของผู้ถือหุ้นก็มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราเป็นคนตัวเล็ก ต้องพึ่งคนตัวใหญ่ ไม่ได้เก่งไปหมดซะทุกอย่าง ต้องหาผู้ร่วมทุนเขามาช่วยงานกันด้วย ไม่เพียงต้องการหาแหล่งเงินทุนแต่ต้องการความรู้และเครือข่ายของเขาเหล่านั้นมาช่วยให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้า บริษัทเขาจึงชวนบริษัทของญี่ปุ่น 2 บริษัทมาร่วมหุ้นด้วย โดยบริษัทหนึ่งเป็นบริษัท Trading Firm ช่วยจัดการหาตลาดส่งออก และบริหารความเสี่ยงค่าเงิน กับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่นที่มี Technical Know How ชั้นสูงมาร่วมกัน เพราะประเทศไทยเป็นตลาดที่ไม่ใหญ่นัก ส่วนใหญ่ต้องส่งออกหรือลงทุนต่างประเทศทั้งนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะมีพาร์ทเนอร์ทั้ง 2 มาช่วยเรื่องการบุกตลาดต่างประเทศ

นัยสำคัญที่ยากกว่าการหาพาร์ทเนอร์ คือการ “Structure” โครงสร้างผู้ถือหุ้น ให้ Win-Win ทั้งคู่ พูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ “เราจะให้เขาถือหุ้นเท่าไรโดยที่เราไม่ต้องสูญเสียอำนาจในการบริหารไป” บางบริษัทก็ 51% ต่อ 49% บางบริษัทก็ 70% ต่อ 30% ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองระหว่างกัน และส่วนใหญ่ก็จะมี Joint Venture Agreement ซึ่งมีรายละเอียดที่ย้ำว่าสำคัญมาก ควรหาทนายช่วยไตร่ตรองอย่างละเอียดให้เกิดความยุติธรรม เพราะการเปลี่ยนแปลงในภายหลังนั้นยากมาก

คำแนะนำจากนักธุรกิจ 7 ข้อ

2. การวางแผนธุรกิจ 4C: Company, Cost, Competitor และ Customer

อธิบายแบบง่ายที่สุด คือ “4C Framework” Company, Cost, Competitor, และ Customer ให้เรา “วิจัยตลาด” อย่างน้อย กันลืมให้เราตอบคำถามสำคัญ ๆ ได้ว่า ความต้องการของผู้บิโภค คือ อะไร สินค้าเราตอบสนองได้ไหม กลุ่มเป้าหมายลูกค้าคือใคร มีคู่แข่งในตลาดไหม จุดจำหน่ายสินค้าความได้เปรียบ เสียเปรียบระหว่างเรากับคู่แข่งในเรื่องสินค้าและต้นทุน เหล่านี้เมื่อเอา “4C” เป็นตัวตั้งแล้วไล่วิเคราะห์ไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้ตลาดโดยวิจัยและตอบคำถามเหล่านี้ได้

3. การฟอร์มทีม/การทำงานเป็นทีม

การฟอร์มทีมสำคัญมากที่สุด และก็อาจจะเป็นเรื่องหนึ่งที่ปวดหัวมากที่สุด จะปวดหัวมากขึ้นถ้าคุณเคยทำงาน บริษัทใหญ่ ๆ มาก่อนมีทีมงานที่พึ่งพาได้ มีระบบเตรียมไว้ให้ แต่ที่นี้บริษัทของเราเองเราต้องฟอร์มทีม หาผู้เล่น แม่ทัพ พร้อมรุก ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย อุปสรรคเรื่องคนที่ต้องเจอก็คือ

  • โดยนิยามเป็นบริษัทเล็ก หรือพึ่งเริ่มต้นยากที่จะสามารถตอบแทนด้วยอัตราเงินเดือนสูงเท่าบริษัทใหญ่ ๆ
  • โดยนิยามเป็นบริษัทเล็ก จะมีคนในแผนกมากไม่ได้ บางแผนกอาจมีได้แค่ 1-2 คน ถ้าเกิดลาออก (แม้ว่าเป็นเหตุผลส่วนตัว และจากกันด้วยดี) ความต่อเนื่องก็จะขาดตอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แน่นอนว่านอกจากสร้างทีมงานขึ้นมา เจ้าของอาจจะเอามืออาชีพเข้ามาช่วยบริหารตามทฤษฎีทรัพยากรบุคคล HR แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงอาจมีปัญหาในเรื่องของค่าตอบแทน แน่นอนว่าคนเก่ง ๆ ที่เคยอยู่ในบริษัทใหญ่ย้ายมาบริษัทเล็ก ๆ อาจเป็นเพราะ 1) ได้ค่าตอบแทนที่สูงกว่า หรือ 2) ได้รับงานท้าทายและความรับผิดชอบมากกว่า ถึงแม้ว่าเจ้าของจะจ้างไหว แต่จะให้สูงกว่าคนที่ทำงานมาเก่าแก่ก็เป็นการไม่ดี และเป็นการกดดันมืออาชีพที่จะเข้าช่วยงาน อีกประเด็น นอกเหนือจากค่าตอบแทน ก็คือการร่วมงานระหว่างผู้ที่เคยทำงานใหญ่ VS บริษัทเล็ก เพราะองค์การมีวัฒนธรรมไม่เหมือนกัน ต้องมีภาวะผู้นำที่พร้อมฟอร์มทีม ที่มีความยุติธรรมและให้เกียรติ ไม่งั้นแน่นอนว่าคนเก่งๆ ที่หายากมากอยู่อาจอยู่ไม่นาน หรือไม่มาร่วมงานด้วยตั้งแต่แรก

คำแนะนำจากนักธุรกิจ 7 ข้อ

4. Product, Process and Experience

เทคนิคการขาย ของโลกเปลี่ยนไป แต่ก่อนขายสินค้า พอสินค้าคล้าย ๆ กันหมด ต้องสร้างความแตกต่าง พอสินค้าขายความต่างหมดแล้ว ต้องขายขบวนการผลิต ถ้า Process ขายหมดแล้วต้องขาย Experience ให้กับลูกค้า เดินเข้ามาในร้านแล้วเปลี่ยนไปเป็นอีกโลกหนึ่ง มีรูป รส กลิ่น เสียง เฉพาะตัวอยู่ในร้าน ในประเทศไทยอาจจะมองไม่เห็นมากนัก แต่ในตลาดส่งออก ต่างประเทศ ลูกค้าจะถามประจำว่ามี Halal GMP HACCP Kosher ISO9001-14000 มี GMO มี Gluten ไหม ขอนู้น ขอนี้ เต็มไปหมด ในการขายต้องเตรียมในสิ่งที่ลูกค้าต้องการไว้เป็นเทคนิคเพื่อสร้างความประทับใจ เพื่อให้ซื้อง่าย ขายคล่องไม่ว่าจะในระดับสินค้า กระบวนการ หรือบรรยากาศในการขายก็ตาม

5. การขยายธุรกิจ

เมื่อไรที่ธุรกิจมีช่วงเปลี่ยนผ่านของมัน จำนวนคนต้องมากขึ้น ความเป็นระบบภาษีต้องมีมากขึ้น การจัดคงคลังสินค้าต้องเป็นระบบมากขึ้น งานจะงอกตามมาเรื่อย ๆ และส่วนใหญ่เป็นงาน Support ที่ไม่ค่อยสนุกและน่าเบื่อซะด้วยซ้ำ แต่ต้องทำ นักธุรกิจฝรั่งเรียกว่า “Growing Pain”

อีกข้อหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านจาก Start Up เป็น SME คือ การขยายธุรกิจแบบไม่ให้เสียความเป็นตัวตนของบริษัท ของยี่ห้อ ตอน Start Up เริ่มต้นธุรกิจอาจมีปณิธานในการผลิตแบบนี้จัดซื้อแบบมีคุณธรรม ผลิตสินค้าแบบไม่มีผลชูรส พอเติบโตมากขึ้นและมีความกระหายมากขึ้นในการเจริญเติบโต ปณิธานเหล่านี้จะถูกท้าทายเพราะเราเริ่มขายของให้คนหมู่มาก ความต้องการเริ่มกระจัดกระจาย มากมายเยอะขึ้นเจ้าของต้องชั่งใจเลือกว่าอะไรเปลี่ยนได้ อะไรเปลี่ยนไม่ได้ โดยเอาผู้บริโภคมาเป็นตัวตั้งและตัดสินใจอย่างเด็ดเดียว เพื่อให้เติบโตไปข้างหน้า

คำแนะนำจากนักธุรกิจ 7 ข้อ

6. เคล็ดลับการขอสินเชื่อ

แน่นอนว่าทุกธุรกิจต้องมีเงินทุน พื้นฐานก็คือ หนี้สิน (Debt) กับเงินทุน (Equity) การเปิดบริษัทต้องมีทุนจดทะเบียน (Registered Capital) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเงินส่วนตัวที่อาจจะระดมมาเป็นการส่วนตัว ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะกู้แบงค์ได้เท่าไร ซึ่งแน่นอนโอกาสที่จะกู้ผ่านไม่ผ่านย่อมมีอาจจะมีโอกาสผ่านอยู่ 50-50 เป็นต้น ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจสำหรับนักธุรกิจมือใหม่ ไม่มีประสบการณ์ก็ยากที่ธนาคารจะปล่อยกู้ความเป็นจริงแล้วระบบสภาพคล่องในเมืองไทยมีเยอะและแบงค์ก็อยากจะปล่อยกู้ให้แต่หาผู้ประกอบการที่น่าเชื่อถือไม่ได้ ความจริงถ้าเรารู้ว่าธนาคารมีหลักเกณฑ์อย่างไร และทำธุรกิจและแผนธุรกิจให้ตรงตามหลักเกณฑ์ให้มากที่สุด เตรียมพร้อมให้ธนาคารไม่ต้องกังวลกับธุรกิจเรา ส่วนใหญ่แล้วอัตราส่วนที่แบงค์ชอบตามประสบการณ์ตรงไม่พึ่งตำราเรียน คือ 70 : 30 หมายถึงถ้ามูลค่าลงทุน 100 แล้วเถ้าแก่ออก 30 แบงค์ให้กู้ 70 ซึ่งหมายถึงว่าในแผนธุรกิจคุณมีแผนการลงทุนเท่าไรควรมีทุนอยู่ 30% เสมอ ถ้ามีไม่ถึงหรือขอเกินก็จะยากมากๆ ที่สำคัญต้องรักษาเครดิตตั้งแต่ยังเด็ก มีวินัย อย่าให้มีประวัติเช็คคืน มีหลักประกันเป็นทรัพย์สินคงที่ เครื่องจักร ที่ดิน ถ้ารู้ว่าธนาคารคิดอย่างไรก็สามารถเชื่อมเข้ากับเขาได้เป็นอย่างดี สำคัญที่สุด ต้องแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้รู้จริงด้านที่ท่านทำงานอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่มีประสบการณ์มาก่อนก็ตาม

7. สองมือ คือ ทัพหน้าของสมอง

คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนต้องลงมือทำ อาจมีวางแผนกับไม่วางแผน แต่คนที่วางแผนเยอะ ใช้สมองเยอะ ไม่จำเป็นที่จะประสบความสำเร็จทุกคน การเริ่มธุรกิจใหม่อาจต้องวางแผน แต่เมื่อวางแผนแล้ว อย่างไรก็มีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้อยู่ดี (การเมือง สภาพเศรษฐกิจ ดิน ฟ้า อากาศ) และความผิดพลาดต้องเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น 3 คำในหัวของเขาคือ fail, learn, and move on เพราะความผิดพลาด ความล้มเหลวจะสอนให้รู้วิธีประสบความสำเร็จอย่างไร ว่าจะชนะอย่างไร และเราจะรู้ว่าความสำเร็จนั้นหอมหวลเพียงใด เมื่อเราเคยล้มเหลวมาก่อน

                และทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแลวได้ให้คำแนะนำสำหรับคนที่คิดอย่างเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง หวังว่าบทความนี้จะเป็นคำแนะนำให้คุณมีแนวทางที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจนะคะ ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จในธุรกิจนะคะ

พาไปดูสินค้าไอทียอดฮิตของคนในปัจจุบัน

ปัจจุบันโลกมีวิวัฒนาการที่ก้าวหน้า และล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงไป เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การดำเนินชีวิต ค่าของชีพ การใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงสินค้าทางด้านเทคโนโลยี ได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงได้นำมาอัพเดตว่า สินค้าไอทียอดฮิตของคนในปัจจุบัน มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

สินค้าไอทียอดฮิตของคนในปัจจุบัน